นิสสัน บลูเบิร์ด

997 ซีซี 45 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 7 กิโลกรัมเมตร ที่ 3,200 รอบต่อนาที ต่อมา มีการนำเครื่องยนต์ที่แรงกว่ามาใช้ โดยเป็นเครื่องสี่สูบ 1,453 ซีซี 62 แรงม้า ที่ 4,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 11. 4 ประตู 1,198 ซีซี 55 แรงม้า นิสสัน บลูเบิร์ด 5,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 8. 3 สปีด กับเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีดให้เลือก มีมิติยาว 4. 2513 รหัสตัวถัง T80 โคโรน่าโฉมที่แล้ว แทบจะเรียกได้ว่าประสบความสำเร็จล้นหลามในแถบเอเชีย แต่ว่า โคโรน่าโฉมนี้ ประสบความสำเร็จในแถบอเมริกันด้วย คาดว่าสาเหตุหนึ่งน่าจะมาจากความนิยมที่เริ่มประหยัดของชาวอเมริกัน จึงเริ่มหันมาซื้อรถจากเอเชียที่ราคาถูกกว่า โคโรน่าโฉมนี้ ใช้เชื้อเพลิงเบนซิน ลูกสูบ 1.

0GL ใช้เครื่องยนต์ 3S-F 2000 ซีซี คาร์บูเรเตอร์ มีให้เลือกเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด อุปกรณ์ที่ได้เพิ่มจากรุ่น 1. 2541 ยังได้มีการปรับเพิ่มอุปกรณ์ให้โคโรน่า โดยเพิ่มไฟหน้าฮาโลเจนมัลติรีเฟลกเตอร์, ลายไม้ในห้องโดยสาร, พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ต และถุงลมนิรภัยฝั่งผู้โดยสาร แต่ราคาอยู่ที่ 9. Premio แยกตัวออกไปแล้ว ยุคของโคโรน่าก็หมดลง คัมรี่ เข้ามาเป็นรถครอบครัวแทนโคโรน่าอย่างสมบูรณ์ จนในที่สุด ก็ปิดฉากการผลิตโคโรน่าลงใน พ. 21 ธันวาคม 2560 เวลา 23:16 น.

2509 รหัสตัวถัง KE10 โดยในช่วงแรก ผลิตเพียงตัวถังแบบ Sedan 2 ประตู แล้วตัวถังแบบ Sedan 4 ประตูเริ่มมีใน พ. 2510 และตัวถัง station wagon 4 ประตู ก็เริ่มผลิตใน พ. 2 ประตู , station wagon 3 กับ 5 ประตู , sedan 4 ประตู และ van 5 ประตู และมีการเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ เป็น 1. 6 ลิตรให้เลือก และรถโฉมนี้ประสบความสำเร็จสูงมาก ดังจะเห็นได้จากการที่ถึงแม้โคโรลล่าจะเปิดตัวโฉมที่ 3 ใน พ. 2517 แต่โฉมที่ 2 นี้ ผลิตอย่างต่อเนื่องไปจนถึง พ. 2517 รหัสตัวถัง KE30 , KE40 , KE50 และ KE60 มีการเพิ่มรูปแบบตัวถัง hardtop coupe 2 ประตูเข้าไป ส่วนตัวถังแบบอื่นมีดังเดิม มีและเริ่มมีการพัฒนาและได้ผลิตระบบเกียร์ให้เลือกเพิ่มเป็น 4 ระบบ คืออัตโนมัติ 2 กับ 3 สปีด และ ธรรมดา 4 กับ 5 สปีด ขนาดเครื่องยนต์ 1.

4 ระบบดังเดิม ขนาดเครื่องยนต์ 3 ขนาด ได้แก่ 1. 5 ไปถึงจุดอิ่มตัว ก็ได้มีการเปิดตัวรถโคโรลล่า โฉมที่ 6 ใน พ. 4 สปีด มา แต่ก็ยังผลิตรถรุ่นเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีดอยู่ เครื่องยนต์ก็ยังมีทั้งระบบเบนซิน ในขนาดเครื่องยนต์ 1. 2538 โฉมนี้มีชื่อเรียกกันว่า โฉมตองหนึ่ง แต่กว่าจะได้โด่งดังแทนที่โฉมสามห่วง ก็ล่วงไปถึง พ.

2549 ได้มีการเพิ่ม Corolla Altis รุ่น 1. 9 ยังมีการผลิตขายอยู่ที่ประเทศจีนในชื่อรุ่น Corolla EX ใช้เครื่องยนต์ Dual VVT-I บล็อก 4ZR-FE 1. 2549 แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานในการพิชิตตลาดต่างๆเพื่อไปแทนโฉมที่ 9 โดยเฉพาะในไทย โฉมที่ 10 เพิ่งเข้ามาในไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ. TRDsportivo ผลิตจำนวนจำกัดโดยผลิตออกมา 3 โฉม โดยโฉมแรกนั้นมีทั้งเครื่องยนต์ 1. 8 ลิตร และโฉมที่ 2 และ 3 ได้ผลิตจากรุ่น 1. 8E ที่รองรับการใช้เชื้อเพลิง E85 และมีรุ่นพิเศษอีกคือรุ่น 50ปี ที่ตกแต่งภายในสีดำจากรุ่น 1.